คุณเคยคบใครคนหนึ่งที่ดีกับคุณมาก
ๆ บ้างไหม?
ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไร ยังจำได้หรือเปล่า
ถ้าไม่เคย นั่นอาจเป็นโชคดีของคุณแล้ว
เพราะความคาดหวังที่มีต่อบุคคลอื่นสามารถนำมาซึ่งผลลัพธ์ 2 ประการ
สมหวัง
และผิดหวัง...
หลังจากเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
พ่อของเพื่อนรักมีเมตตาฝากฉันเข้าทำงานตำแหน่งเลขานุการ ในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านบัญชีแห่งหนึ่ง
ไม่ไกลจากบ้านของฉันนัก ความรู้สึกแรกที่รู้ว่า
จะได้ทำงานเป็นเลขาของผู้จัดการบริษัท ฉันเกิดอาการต่อต้านทันที
ไม่อยากทำ
ไม่อยากไปทำงาน เครียด และอีกสารพัด
ทำไมน่ะเหรอ?
นั่นเพราะเมื่อได้ไปสัมภาษณ์และทดสอบเข้าทำงาน
ฉันต้องทำอะไรที่ไม่ถนัดและไม่ชอบเอามาก ๆ ฉันเรียนสายภาษา เพราะไม่ชอบตัวเลข
แต่ทำงานที่นี่ ฉันต้องคีย์งบการเงิน กรอกข้อมูลบัญชี ภาษี และบริษัทก็อยู่ในช่วงปิดงบประมาณกลางปีที่แสนจะวุ่นวาย
เนื้อหาการทำงานที่ไม่คุ้นชิน ยังเทียบไม่ได้กับการดำเนินชีวิตในที่ทำงาน
วันหนึ่ง
ผู้จัดการเรียกฉันเข้าไปในห้องทำงาน ฉันรีบลนลาน จนวิ่งชนกระจกใสที่กั้นหน้าห้อง
ทำให้แว่นตาเกือบแตก แต่เขากลับหัวเราะชอบใจ และถามว่า กระจกเป็นยังไงบ้าง หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่เขาให้ฉันเอาเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่ง
แต่ฉันไปช้า เพราะฝนตกหนัก ฉันเปียกฝนไปทั้งตัว เขาก็รีบโทรตามที่ธนาคาร
เพราะกลัวว่าฉันจะขโมยเช็คใบนั้น
และอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันหายใจไม่ทั่วท้องอยู่เสมอ
โดยเฉพาะการที่เห็นฉันทำงานพลาด แล้วด่าทอถึงพ่อแม่ และครูของฉันด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ
ไม่เคยคิดว่า จะมีคนใจร้ายแบบนี้ได้จริง ๆ
ฉันกลับบ้านดึกทุกคืน
นอนเพียง 2-3 ชั่วโมง และแทบจะไม่มีวันหยุด
การทำงานที่นั่น
ทำให้ฉันเปลี่ยนไป...
เงียบ
เก็บตัว ร้องไห้คนเดียว ไม่พูดแม้กระทั่งกับคนในบ้าน ทำให้แม่กังวลตามไปด้วย
เมื่อทำงานนับได้
18 วัน ฉันเริ่มป่วยหนักทั้งกายและใจ จนเป็นไวรัสตับอักเสบบี ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
แม่ตัดสินใจให้ฉันลาออกทั้งที่ยังทำงานไม่ครบเดือน
สิ่งหนึ่งที่ฉันได้มาโดยไม่ได้คาดหวังระหว่างทำงานที่นั่น
คือ การได้พบกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่ชอบต่อว่าฉัน แต่ก็ช่วยเหลือฉันหลายครั้ง
สุดท้ายเราก็สนิทกัน จนถึงวันที่ฉันป่วยเข้านอนในโรงพยาบาล เขาก็มาเฝ้าไข้ เพื่อให้แม่ได้พักผ่อน ทำให้ครอบครัวของฉันรักเขามาก
แล้วเราก็ได้คบกัน
โดยที่ฉันไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเลยว่า ผู้ชายคนนี้เจ้าชู้มากจริง ๆ
และทำร้ายผู้หญิงมาแล้วกี่คน แม่ของเขาชอบฉันมากเช่นกัน บอกว่า
ฉันแตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่ลูกเขาเคยคบ จนถึงขั้นวางแผนจะให้แต่งงานกัน
แต่สันดานของคน
ใช่จะเปลี่ยนกันง่าย ๆ
...
หลังลาออกจากบริษัทด้านบัญชี ฉันก็ได้ทำงานที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ฉันอยู่ในกองบรรณาธิการที่มีความสุข พี่ ๆ น้อง
ๆ รักใคร่กัน ฉันมีเพื่อนที่รัก ทำงานสนุกทุกวัน
แม้มีบางคืนต้องกลับดึกเพราะปิดเล่มหนังสือ แต่ฉันก็เต็มใจอยู่
เพราะได้ทำงานที่รัก
ผู้จัดการและภรรยาก็ดีกับฉันมากเช่นกัน ในงานปีใหม่
ฉันได้เป็น Miss Blue Party จากการโหวตของทุกคน
เมื่อผ่านทดลองงาน
6 เดือน ความทุ่มเททำให้ฉันได้รับการโปรโมทให้อยู่ในตำแหน่ง “รักษาการหัวหน้าแผนกบรรณาธิการ”
ขณะที่อายุยังน้อย ทำให้แม่ภูมิใจมาก
แต่ความภูมิใจของคนหนึ่ง อาจทำให้หลายคนไม่ได้ยินดีตามไปด้วย
อิจฉา?
สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนไป
พี่
ๆ ที่เคยทำงานด้วยกันทยอยลาออก คนที่ยังอยู่ก็ไม่อยากประสานงานกับฉัน
เพราะฉันยังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ หรือเปล่านะ
จวบจนถึงวันนี้ ฉันรู้แล้วว่า
ปัญหาของฉันในตอนนั้นเกิดจากการอ่อนประสบการณ์ของฉันเอง
ทำให้อดทนไม่ได้กับสังคมที่สวมหน้ากากอยู่เสมอ รวมถึงเรื่อง “การเมือง”
ภายในองค์กรที่ยากจะเข้าใจ
ความกดดันจากสังคมรอบตัวทำให้ฉันเริ่มถอดใจจากงานที่รัก
ประกอบกับช่วงนั้น
เพื่อนรักและแสนดีของฉันได้แนะนำให้ฉันสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโท
ที่มหาวิทยาลัยมหิดล
ฉันไม่ลังเล
และสอบเข้าเรียนต่อ โดยตั้งใจใช้เงินเก็บที่มีอยู่เป็นทุนการศึกษา
ฉันตัดสินใจลาออกจากบริษัทโดยไม่ฟังคำทักท้วงของผู้จัดการที่บอกว่า
แม้จะเรียน ก็ยังทำงานได้นะ
ท่านเคยบอกว่า ถ้าแก้วเรียนต่อ ก็เรียนสูง ๆ
เลย จะได้เป็นครูอาจารย์ แล้วมาเขียนหนังสือให้สำนักพิมพ์ของผม
ฉันซาบซึ้งใจกับความเมตตาของท่านผู้นี้มากเหลือเกิน
วันหนึ่งเมื่อฉันก้าวหน้ากว่านี้ จะขอกลับไปกราบท่านอีกครั้ง
เมื่อสอบเข้าได้
ฉันรีบบอกเรื่องนี้กับแฟนของฉัน เขายิ้ม และบอกกลับว่า
ขอโทษนะตอนนี้เขาทำงานที่ใหม่
และมีคนที่ชอบใหม่แล้ว เขาผิด และจะชดใช้ด้วยการส่งค่าเล่าเรียนให้ฉัน
…
พูดอะไรไม่ออก
ไม่มีกระทั่งน้ำตา
หรือคำพูดด่าทอจากปากของฉัน
...
จิตใจของฉันอยู่ในสภาพย่ำแย่เกินกว่าจะรับไหว
ฉันกลับมาเก็บตัวเงียบอีกครั้ง
และความเจ็บปวดนี้ส่งผ่านมาถึงคนในครอบครัวของฉันด้วย
ฉันเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล
โดยไม่ได้รับค่าเล่าเรียนจากใด ๆ จากคนที่เคยบอกว่า จะสนับสนุนให้
แต่ฉันก็ไม่คาดหวังแล้ว เพราะเกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในชีวิตที่ทำให้ฉันต้องวางแผนอนาคตใหม่
อีกครั้ง...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น