คุณเชื่อเรื่อง “พรหมลิขิต” หรือเปล่า?
บางทีโชคชะตาก็เหมือนจะเล่นตลก ให้เราพบกับใครบางคนที่แตกต่างกันในความเหมือน
ในช่วงชีวิตของฉัน
พบกับบุคคล 3 คน ที่มีชื่อเดียวกัน และมีอิทธิพลต่อชีวิตของฉันทั้งสิ้น
ใช่แล้ว...
ฉันกำลังพูดถึงคนที่ชื่อ
knot
นั่นเอง โดยสาเหตุที่เขียนชื่อนี้เป็นภาษาอังกฤษ
เพราะทั้งสามคนเขียนชื่อด้วยภาษาไทยที่มีการสะกดแตกต่างกัน
knot หมายเลข 1 ผู้หญิงหน้าสวย ผมยาว หุ่นดี
ผิวเข้ม นิสัยดี เรียนค่อนข้างดี มีเสน่ห์ จนทำให้ชายหนุ่มมาหลงรักนับไม่ถ้วน
เธอเป็นเพื่อนคนแรกของฉันในสมัยเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
เธอสะดุดตาฉันตั้งแต่แรกเห็น และเธอก็เป็นเพื่อนคนแรกในโรงเรียน
บ้านของเราอยู่ซอยตรงข้ามกัน ดังนั้น จึงไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยครั้ง
รู้จักทั้งพี่น้องครอบครัวของกันและกัน
ก่อนหน้านี้
ฉันไม่เคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่ชื่อ knot มาก่อนเลย
จึงรู้สึกว่า ชื่อนี้แปลกมาก
เราสนิทกันมานานนับปี
จนกระทั่งเธอได้เพื่อนสนิทคนใหม่ รวมถึงได้แฟนเป็นรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบอีกด้วย
เราจึงเริ่มห่างกัน
ฉันยอมรับว่า
ถ้าเป็นผู้ชาย ก็คงอดไม่ได้ที่จะจีบเพื่อนคนนี้
เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากจริง ๆ ไม่เพียงแค่รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่ตามจีบ
แม้กระทั่งเพื่อนผู้ชายที่มีเพียง 5 คน ที่เรียนในห้องเดียวกัน ก็ยังแอบชอบเธอ
หนึ่งในนั้นคือ
นาย ป. หนุ่มชาวเหนือ ผิวขาว นิสัยดี เพื่อนผู้ชายเพียงไม่กี่คนที่ฉันคุยด้วย (ถ้าได้อ่านในบทก่อนหน้า
จะรู้ว่า แม้ผ่านมานานแล้ว ความรู้สึกฝังใจที่ฉันมีต่อเพื่อนผู้ชายในวัยเด็ก
ก็ยังตามมาหลอกหลอนอยู่)
นาย
ป. ตามจีบ knot มาตลอด 3 ปี
โดยหวังให้ฉันเป็นแม่สื่อ แต่ฉันก็รู้ดีว่า knot ไม่มีทางชอบนาย
ป. แน่นอน ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องการเรียน หน้าตา อุปนิสัย และอื่น ๆ
นึกถึงซีรีย์เกาหลีขึ้นมาตะหงิด
ๆ
เพราะในขณะที่
นาย ป. พยายามตามจีบ knot ก็ทำให้ฉัน และนาย ป.
สนิทกันมากขึ้นไปอีก แต่ในฐานะเพื่อนที่รู้ใจ ไม่ใช่คนที่ชอบกัน
ครูประจำชั้นมักจะให้นักเรียนที่เรียนดี
ช่วยเหลือเพื่อนที่เรียนไม่ดี ฉันกับ knot จึงห่างกันมากขึ้น
ๆ ในขณะที่ฉันกลับต้องมาสนิทกับนักเรียนชาย โดยเฉพาะนาย ป. ที่เรียนไม่ค่อยเอาไหน
เมื่อเราค่อนข้างสนิทกัน
ก็ทำให้เพื่อนห้องอื่นรู้เรื่องนี้ด้วย จำได้ว่า
มีเพื่อนห้องวิทย์-คณิตคนหนึ่งแอบชอบฉันอยู่ โดยให้ นาย ป. เป็นพ่อสื่อ
แต่ฝีมือพ่อสื่อคนนี้ดูเหมือนจะไม่เอาไหนเลย เพราะสุดท้าย
ฉันไม่รับของขวัญที่เพื่อนห้องวิทย์มอบให้ โดยส่งคืนไปทางนาย ป.
ได้ข่าวมาว่า
เพื่อนคนนั้นร้องไห้
ฉันเลยถูกวิจารณ์จากทุกคน
แม้กระทั่ง knot ว่า ฉันเป็นผู้หญิงใจร้าย
หลายปีต่อมา
ฉันได้พบเพื่อนห้องวิทย์คนนั้นอีก ดีใจที่เขาไม่ได้ชอบฉันแล้ว
เราจึงได้เป็นเพื่อนกัน เขาเล่าว่า เพื่อนในห้องของเขาส่วนใหญ่ชอบ knot
แต่เขาพิเศษ ชอบผู้หญิงแปลก
ฉันไม่รู้ว่า
นั่นคือคำชมไหม
knot หมายเลข 2 ชายหนุ่มหุ่นดี
หน้าตาดี ผมยาวประบ่า สไตล์ศิลปิน เก่งวาดรูปและกราฟิก ทำงานอยู่ค่ายเพลงชื่อดังแห่งหนึ่ง
เราอายุเท่ากัน ฉันรู้จัก knot ครั้งแรกจากแม่ของฉัน
เขาเป็นลูกชายคนเดียวของสามีใหม่ของแม่
หลังจากพ่อของฉันเสียชีวิตไป
3 ปี แม่ก็แต่งงานใหม่ กับคนที่เคยแอบชอบแม่มาก่อน
ผู้ชายคนนั้นอายุน้อยกว่าแม่นิดหน่อย ทำงานเป็นข้าราชการครูตำแหน่งผู้บริหาร
เขาก็เคยแต่งงานและมีลูกมาก่อนแล้ว แต่ต่อมาได้เลิกกับภรรยาเก่า
ลูกชายคนเดียวจึงอาศัยอยู่กับแม่ ไม่ได้ตามมาอยู่บ้านเดียวกับฉัน
knot เคยฝากผลงานการวาดรูป
“ความฝันในอนาคต” มาให้ในตอนที่เราไม่รู้จักกัน
เพราะก่อนเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ฉันได้รับใบสมัครจากโครงการ Brand Summer
Camp ให้กรอกประวัติส่วนตัว พร้อมวาดภาพความฝันในอนาคต
ซึ่งก็แน่นอนว่า คนที่มาจีบแม่ ย่อมต้องสร้างความชอบให้คนในบ้านด้วย
เขาจึงเอาใบสมัครของฉัน
ไปให้ลูกชายเขาวาดรูปให้ งานที่ออกมาเรียกได้ว่า มืออาชีพ
จนวันที่ฉันไปสัมภาษณ์โครงการ มีคนถามว่า ฉันวาดเองหรือเปล่า
แน่นอนว่า
ไม่
ฉันไม่เคยพบหน้า
knot
มาก่อนเลย ตลอดหลายปีที่สามีใหม่ของแม่มาอาศัยอยู่บ้านฉัน
จนกระทั่งวันที่สามีของแม่เสียชีวิต ฉันจึงได้ติดต่อกับ knot อย่างจริงจัง
ด้วยเรื่องทางกฎหมายและอื่น ๆ
นอกจากนี้
เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามบ้านฉัน ก็ยังเป็นญาติสนิทกับแม่ของ knot
อีกด้วย
โลกกลมไปไหม?
ป้าและแม่ของฉันมีความมุ่งมั่นให้ฉันและ
knot
สนิทสนมกัน โดยพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ราวกับว่า knot เป็นลูกชายอีกคน ซึ่งก็น่าแปลก ที่ knot ไม่เคยบ่น ยอมไปด้วยทุกที่
แต่ฉันรู้สึกว่า
นิสัยของเราสองคนไปด้วยกันไม่ได้ ทั้งความชอบ ไลฟ์สไตล์ และอื่น ๆ ดังนั้น
หลังจากจัดการเรื่องเอกสารของพ่อ knot เรียบร้อย
เราก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีก สมบัติติดตัวของพ่อ knot พวกเราก็ยกให้
knot ทั้งหมด
knot หมายเลข 3 Jo
In-seong พระเอกจากภาพยนตร์เกาหลียอดฮิต The Classic “คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต”
สมัยเรียนระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมหิดลในปี
2546 ฉันได้พบกับ knot คนนี้ เขาอายุน้อยกว่าฉัน
2 ปี เรียกได้ว่า เป็นชายหนุ่มที่ไม่สะดุดตา ทั้งผิวคล้ำ ตัวผอม แล้วยังเงียบ ไม่ค่อยพูดค่อยจาอีก
เราเรียนต่างวิชาเอก
แต่สาขาเดียวกัน ทำให้บางวิชาได้มีโอกาสเรียนด้วยกัน รวมถึงกรณีมีกิจกรรมของสถาบัน
ก็จะได้พบกัน
เพื่อนสาวชื่อ
อ. ได้นิยามว่า ถ้า knot ผิวขาว
จะหน้าตาเหมือน Jo In-seong พระเอกภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง The
Classic ซึ่งกำลังโด่งดังมากในช่วงนั้น ฉันก็รู้สึกว่า
คล้ายเหมือนกัน จนทำให้เพื่อน ๆ แซวกันบ่อย ๆ
สาว
อ. พยายามให้ฉันกับ knot สนิทกัน เช่น
ในงานพิธีไหว้ครู จริง ๆ แล้ว สาว อ. ต้องถือพานคู่กับ knot แต่เธอก็แกล้งป่วย
ให้ฉันไปถือพานคู่แทน นั่นจึงเป็นภาพแรกที่ฉันกับ knot ถ่ายคู่กัน
ในการเรียนวิชาหนึ่ง
อาจารย์ให้ทำเว็บไซต์จาก .php ซึ่งฉันก็คิดหัวข้อเกี่ยวกับเพลงโดยใช้ชื่อเว็บว่า
Sheep Rock Music เพราะสมัยวัยรุ่น ฉันฟังเพลง Heavy
Metal และ Rock ทั้งของยุโรปและญี่ปุ่น โดยได้
knot ผู้เชี่ยวชาญด้านวงร็อกมาช่วยอัปโหลดภาพให้
จนเว็บไซต์ของฉันดูอลังการและเสร็จก่อนเพื่อน ๆ ในสาขา
knot ค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยที่ฉันฟังเพลงแนวนี้ด้วย
โดยวงดนตรีที่ชื่นชอบเหมือนกันคือ Blackmore’s Night จาก UK
ในเพลง Shadow of the Moon ที่หาคนเอเชียฟังยากเต็มที
ตั้งแต่นั้นมา
ฉันกับ knot
ก็เริ่มสนิทกัน และการที่ knot ไม่ใช่ผู้ชายช่างพูดและค่อนข้างเรียบร้อย
ทำให้ถูกใจฉันเป็นพิเศษ
บางที
เราอาจจะเริ่มชอบกันจริง ๆ แล้วก็ได้
ในระหว่างนั้น
ชีวิตของฉันไม่ปกติสุขนัก ทั้งปัญหาทางบ้านและอื่น ๆ ทำให้ในที่สุด
เราสองคนก็แยกจากกัน แต่ก็ยังได้คุยผ่าน MSN บ้าง
หลังเรียนจบ
knot
ไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคเหนือ
ส่วนฉันทำงานเป็นผู้ประสานงานโครงการ ที่หน่วยงาน NGO แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ฉันและ
knot
ต่างก็มีแฟนของตัวเอง ทำให้เราคุยกันน้อยลง
จนประมาณปี
2552 พวกเราก็ได้เลิกรากับคนที่คบอยู่ด้วยเหตุผลของตัวเอง จากนั้น จึงเริ่มมานัดเจอกันในกรุงเทพฯ
knot ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
จากหลายปีที่ไม่ได้พบกัน
หลังจากย่าของฉันเสียชีวิต
ฉันเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยลำพัง
เพื่อปรับสมดุลชีวิตให้แก่ตนเอง
ในที่สุด
หลังจากคุยกันผ่านช่องทางออนไลน์พักใหญ่ ฉันก็เดินทางไปภาคเหนือ และ knot ขับรถพาฉันเที่ยว
เราเริ่มคบกันแบบไม่มีช่วงโปรโมชัน
เพราะความเป็นเพื่อนกันมานาน
...
10
ปีพอดี หลังจากวันแรกที่รู้จัก
งานแต่งงานและการใช้ชีวิตคู่จึงเริ่มต้นขึ้น...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น